แปลบทสัมภาษณ์เมกุในนิตยสาร G The Television (03/10/2016)

Flowering

ในฐานะ AKB48 รุ่นที่ 15 ทานิกุจิ เมกุ ที่ค่อยๆ ปรากฎกายสู่เบื้องหน้า
เธอที่อายุ 17 ปีกับอีก 10 เดือน กำลังจะผลิบานเป็นสาวงาม ณ ตรงนี้

จากเคงคิวเซ(เด็กฝึกหัด)มาสู่สมาชิกอย่างเป็นทางการก็ผ่านมา 2 ปีพอดี

ค่ะ เป็นเคงคิวเซมาครึ่งปี และเมื่อ 2 ปีก่อน จู่ๆ ทากามินะซัง (ทาฮาคาชิ มินามิ) ก็มาอยู่บนสเตจ แล้วมีการประกาศ เลื่อนขึ้นทีม Aค่ะ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีการประกาศในตอนนั้น แถมยังเป็นทีม A ด้วย ก็เลยตกใจล่ะค่ะ

เพราะว่าได้ประสบการณ์ในฐานะ Back Dancer จากสเตจทีม K มาตลอดสินะ

อันนั้นก็ด้วยค่ะ ในตอนนั้นมักถูกรอบข้างบอกว่าสงสัยจะได้เลื่อนขึ้นทีม K ล่ะนะด้วยล่ะค่ะ

ในฐานะรุ่น 15 ที่เลื่อนขั้นช้าที่สุดพร้อมกับอีโนะ มิยาบิซังเองด้วย มีความรู้สึกลุกลี้ลุกลนอะไรบ้างไหม?

มีความกังวลว่าจะได้เลื่อนขึ้นทีมไหมนะ? มากกว่าความรู้สึกอยากเลื่อนขั้นไวๆซะอีกล่ะค่ะ
ถึงจะเป็นรุ่น 15 เหมือนกัน แต่เมมเบอร์ที่ได้เดบิวต์เร็วที่สุดนั้น มีบทบาทได้ทำงานก่อนฉันจะเลื่อนขึ้นทีมถึงเกือบๆ 1 ปีเลยล่ะค่ะ ถึงจะไม่ได้ลุกลี้ลุกลนอะไรก็ตาม
กับเมมเบอร์ที่นำหน้าไปก่อนเนี่ย การทำงานก็แยกกันออกไป โอกาสเจอก็แทบไม่ค่อยมี เพราะงั้นเลยกลายเป็นว่าไม่รู้จะเข้าหากันยังไงดีล่ะค่ะ ทั้งๆ ที่เป็นรุ่นเดียวกันแท้ๆ แต่กลับมีความรู้สึกว่าเป็นรุ่นพี่
ถ้าให้เทียบล่ะก็ เป็นความรู้สึกที่ห่างแบบเดียวกับรุ่น 14 และ รุ่น 15 เลยล่ะค่ะ จริงๆแล้วขนาดใช้คำสุภาพใส่กันเลยล่ะค่ะ (ฮา)”

งั้นแก้ปัญหากันได้เมื่อไหร่นั่น?

ตอนสเตจอิจิโกะจังส์ที่ทากามินะซังโปรดิวซ์ (18 กุมภาพันธ์ 2016) ค่ะ คิดว่าในที่สุดก็ได้สนิทกันในรุ่น 15 ได้ซะทีค่ะ อย่างตอนที่เพื่อนในรุ่นติดเซมบัตสึซิงเกิ้ลที่ 46  ก็มีความรู้สึกที่อยากกล่าวว่ายินดีด้วยー!』จากก้นบึ้งของจิตใจเลยล่ะค่ะ
แน่นอนว่าความเจ็บใจก็ย่อมมีด้วยค่ะ แต่ว่าการที่ฉันไม่ติดเซมบัตสึนั้น เป็นเพราะว่า ความสามารถของตัวเองในตอนนี้ยังไม่เพียงพอแหละค่ะ ก็เลยคิดว่าจะไม่ลุกลี้ลุกล้น อยากจะก้าวไปสู่ข้างหน้าทีละนิดทีละนิด และอยากจะเข้าเซมบัตสึค่ะ

อยู่ในฐานะที่คิดอย่างสงบใจได้สินะเนี่ย

จริงๆแล้ว ตอนที่ประกาศเซมบัตสึเสร็จก็มีความรู้สึกว่า แย่และ!』ล่ะ ก็เพราะว่าจะใกล้อายุ 18 แล้วด้วย ตอนนี้ถูกเรียกว่ากลุ่มเด็กอะไรงี้ ก็เลยแบบจะไม่ใช่แบบนั้นแล้วอ่ะสิไรแบบนี้(ฮา) แต่ก็สงบจิตใจ แล้วคิดว่ายังไม่เป็นไรล่ะนะ ก็เลยอยากจะเพิ่มความสามารถตัวเองเพิ่มขึ้นทีละนิดๆ ค่ะ

ในงานเลือกตั้งทั่วไปของ AKB48 เมื่อเดือนมิถุนายนสามารถติดอันดับ (อันดับที่69) และเมื่อเดือนกันยายน สถิติของจำนวนที่ขึ้นสเตจที่AKB48เธียเตอร์ก็ครบ 100 ครั้ง ก็ถือว่าก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆล่ะสินะ

พอย้อนมองดูก็นึกถึงสมัยที่ขึ้นสเตจครั้งแรก การจำท่าเต้นเป็นอะไรที่ไม่ถนัดและลำบากลำบนเลยล่ะค่ะ
อย่างจำ 1 เพลงนี่ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงล่ะมั้งคะ? แต่ว่าตอนนี้แล้ว 1 ชั่วโมงก็สบายๆแล้วล่ะค่ะ ผลจากการขึ้นสเตจเธียเตอร์ 100 ครั้ง และสิ่งที่พัฒนาขึ้นก็สิ่งนี้ล่ะนะคะ
พอรู้สึกสบายๆที่สามารถจำท่าเต้นได้เร็วแล้ว ก็จะสามารถใส่ใจกับรายละเอียดปลีกย่อยอื่นอย่างการเคลื่อนไหวได้ล่ะค่ะ

ถ้าให้พูดแบบชัดๆ เช่นอะไรบ้าง?

“อย่างที่ช่วงนี้ทำได้ก็คืออายคอนแทคค่ะ เรื่องการรับส่งกับเมมเบอร์กันเองแน่อยู่แล้ว แล้วก็กับผู้ชมก็ด้วยค่ะ จนถึงที่ผ่านมาได้แต่แค่มองตรงหน้าแล้วเต้นไปเฉยๆ

แต่ในที่สุดก็สามารถมองที่นั่งผู้ชมได้อย่างสบายๆ โดยมีครั้งนึง พอสบตากับผู้ชมแล้วลองโบกมือดู ก็ได้รับรอยยิ้มกว้างๆ กลับมาหา ซึ่งรู้สึกดีใจจริงๆ

เพราะงั้นตอนนี้ในทุกๆ ครั้งก็เลยพยายามอายคอนแทคกับผู้ชมค่ะ แล้วพอทำแบบนี้การร้องการเต้นก็สนุกยิ่งกว่าเดิมเลยล่ะค่ะ

ความรู้สึกนึกคิดในฐานะไอดอลได้เปลี่ยนไป?

อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะคะ แล้วก็ประสบการณ์จากงานจับมือก็มีมากล่ะนะคะ ในตอนแรกนั้นโรคขี้อายรุนแรงมาก กลัวจนแทบจะร้องไห้เลยค่ะ แต่ว่าแฟนๆ ทุกคนนั้นอุตส่าห์มาพบมาเจอกันนี่คะ
เริ่มคิดขึ้นมาได้เรื่อยๆ ว่า อยากจะเป็นไอดอลทำหน้าที่เพื่อตอบสนองสิ่งนั้นให้ได้ค่ะ อยากให้รู้สึกกันว่าอยากเจอเมกุจังอีก!อยากจะตั้งเป้าหมายก้าวไปสู่ข้างบนพร้อมกับแฟนๆ ทุกคนที่คอยสนับสนุนกันเสมอมาด้วยค่ะ

ในงานจับมือหลังเลือกตั้งเอง พวกถ้อยคำที่ถูกกล่าวก็เปลี่ยนไปด้วย?

ดีจริงๆที่ได้สู้ไปพร้อมกับเมกุจัง!ช่วยยินดีกันแบบนี้ แถมดีใจที่ได้สามารถแสดงผลลัพธ์ออกมาได้ หลังจากที่ปี 2015 นั้นได้รับประสบการณ์อะไรหลายอย่างค่ะ

การที่ได้แสดงโรงเรียนมาจิสึกะ5นั้นเป็นผลกระทบครั้งใหญ่สินะ?

ค่ะ เพราะละครครั้งนั้น เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนมาหาในงานจับมือเพิ่มขึ้นค่ะ เพราะว่าได้บทที่สำคัญ ก็เลยรู้สึกอยากลองดัดหลังคนดู โดยการทำให้ได้ยิ่งกว่าที่คาด ตอนอยู่ที่บ้านก็ลองซ้อมพูดเสียงต่ำๆ แบบแยงกี้ด้วยค่ะ เฮ้โอ้!』อะไรแบบนี้ (ฮา) ”

เพราะว่าเป็นถึงบอสของโรงเรียนยาบาคุเนะ ที่เป็นระดับเดียวกับท็อปของโรงเรียนมาจิสึกะ(ชิมาซากิ ฮารุกะ), หัวหน้าโรงเรียนเกคิโอโก(ยามาโมโตะ ซายากะ) ก็เลยทุ่มเทลงไป?

หวาาา~! พอถูกกล่าวแบบนี้อีกทีรู้สึกว่าเป็นบทที่สุดยอดจริงๆนะคะเนี่ย… ตอนนี้เพิ่งรู้สึกตัว (ฮา)
เพราะว่าความฝันคือการเป็นนักแสดงหญิง ก็เลยรู้สึกอย่างแรงกล้าว่าอยากจะพัฒนาการแสดงให้เก่งขึ้นค่ะ พอได้สัมผัสกับการอ่านบทละครโค่ยโคโจแล้ว การพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติให้ได้เนี่ยมันช่างยาก แถมว่าไม่ว่าทำยังไงก็ดูเป็นความรู้สึกว่านี่คือแสดงล่ะค่ะ 
ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงกำลังศึกษาจากการดูละครและภาพยนตร์อย่างเต็มที่ค่ะ
ต่อไปก็อยากลองเล่นพวกรั้วโรงเรียนดูบ้าง ขอไม่ใช่แยงกี้นะคะ (ฮา) ”

ปีนี้ก็ก้าวสู่ช่วงสุดท้ายของปีแล้ว อยากให้ช่วยบอกเกี่ยวกับเป้าหมายของตัวเองในปัจจุบันหน่อย

ก่อนอื่นคือการ Appeal ตัวตนของทานิกุจิ เมกุ ให้มากขึ้น แล้วก็อยากจะเป็นเมมเบอร์ที่สามารถติดเซมบัตสึได้อย่างมั่นคงค่ะ
งานเลือกตั้งทั่วไปปีหน้าก็อยากจะอันดับขึ้น และเป้าหมายที่สูงกว่านั้นก็คือ
อยากจะให้มีคนใหม่ๆมาเป็นแฟนของ 48 กรุ๊ปผ่านตัวฉันเพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยอะไรแบบนี้
โดยเป้าหมายคือ ในยุคของเราเองก็อยากจะสามารถทำเพื่ออุทิศตนให้กับ 48 กรุ๊ปให้มากยิ่งกว่าที่เป็นมาถึงตอนนี้ค่ะ”

Leave a Reply

Your email address will not be published.