[แปล] บทสัมภาษณ์ อิวาตาเตะ ซาโฮะ & โอตะ นาโอะ & ทานิกุจิ เมกุ เกี่ยวกับละครเวที “Yama Inu” (The TV 23/02/2019)

ละครเวที “Yama Inu” ที่ มารุโอะ มารุอิจิโร่ จาก Gekidan Shika Goroshi รับหน้าที่เขียนบทและกำกับ จะเริ่มแสดงที่ Sunshine Theater ที่โตเกียว ตั้งแต่วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ และแสดงที่ ABC Hall ที่โอซาก้า ตั้งแต่วันพุธที่ 6 มีนาคม

ผลงานนี้ได้แสดงครั้งแรกตอนปี 2006 เป็นเรื่องราวที่พูดถึงขีดจำกัดของมนุษย์และความรักอันบริสุทธิ์ที่แสดงโดยนักแสดงจำนวนเพียงน้อยนิด สำหรับในครั้งนี้เป็นการสลับเพศตัวละครผิดกับการเล่นครั้งแรก นำแสดงโดย อิวาตาเตะ ซาโฮะ, โอตะ นาโอะ, ทานิกุจิ เมกุ จาก AKB48 ยามาโมโตะ โคอิจิโร่ (CONDORS), Oreno Grafiti(Gekidan Shika Goroshi) ทั้ง 6 คน

ครั้งนี้เป็นบทสัมภาษณ์อิวาตาเตะ, โอตะ, ทานิกุจิ ได้ถามถึงบทที่แสดง และยังเรื่องราวที่พัวพัน “อดีต” ของแต่ละคนอีกด้วย

ท้าทายกับผลงานที่เขียนถึงเนื้อในของคนออกมาหนักหน่วง


――ช่วยบอกความรู้สึกหลังจากอ่านบทช่วงแรกสุดได้ไหม?

นาโอะ : บทของฉันเป็นผู้หญิงขี้อายที่ในตอนท้ายเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เลยกังวลว่าตัวเองจะเล่นออกมาได้มั้ย แล้วก็ไม่เชิงว่าละครเวทีที่เผยธาตุแท้ของคน แต่เป็นละครเวทีที่เขียนเนื้อในออกมาอย่างอย่างหนักหน่วง ซึ่งเล่นอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรกเลยรู้สึกตั้งตารอสุดๆ เหมือนกันค่ะ

โอเมกุ : มีนักแสดงแค่ 6 คน บทพูดของแต่ละคนก็เลยมีเยอะ ก็คิดว่าจะจำได้ไหวมั้ยนะ มารุโอะซังที่เป็นผู้กำกับ บอกว่า บทของฉันถึงจะเป็นผู้หญิงที่แข็งข้อ แต่ที่จริงแล้วเป็นคนที่มีใจที่บริสุทธิ์ เลยหวังว่าผู้ชมที่มาชมละครเวทีได้รู้สึกถึงด้านที่บริสุทธิ์นั้นด้วยล่ะค่ะ

ซะโฮ : ของฉันเป็นบทที่มีความผิดแปลก ตอนอ่านบทก็รู้สึกว่า “อันนี้จะสื่อออกมายังไงดีเนี่ย?” การกระทำเอย บทพูดเอย มีสิ่งที่ไม่เข้าใจเต็มไปหมดค่ะ ต่อจากนี้อยากจะค้นหาคำตอบระหว่างที่จะคุยกับมารุโอะซังหลายๆ อย่างไปพลางแล้วก้าวต่อไปค่ะ

―― บทที่ทุกคนแสดงกันในแต่ละบท คิดว่ามีส่วนที่ใกล้เคียงกับนิสัยตัวเองไหม?

นาโอะ : ฉันคิดว่าไม่ค่อยเหมือนคนที่ขี้อายค่ะ แต่รู้สึกอะไรไม่ดีก็จะเก็บไว้ พอตกอยู่ในสถานการณ์กักขังเท่านั้น ก็จะมีมุมที่เหมือนกับเป็นฝ่ายโต้ตอบกลับไป ซึ่งน่าจะเหมือนตรงที่เป็นคนที่คิดเล็กคิดน้อยกับอะไรแบบนั้นล่ะค่ะ

โอเมกุ : ของฉันถ้าให้เปรียบเทียบกับตัวเองดู ถึงจะไม่ใช่คนที่แข็งข้อ แต่คิดว่าไม่ค่อยพูดอะไรตัดพ้อหรือความรู้สึกที่แท้จริงต่อหน้าคนอื่นเท่าไหร่มั้งคะ จะเรียกว่ากลัวที่จะค่อยๆ ถูกรู้จักตัวตนที่แท้จริงดีมั้ยนะ แล้วก็บทนี้ถึงเป็นผู้หญิงที่มีนิสัยใจแข็งก็ตาม สำหรับฉันถ้าถามว่าแนวไหนคิดว่าเป็นพวกว่าง่ายล่ะมั้งคะ รู้สึกว่าจะต่างกันตรงนี้ค่ะ

――แล้วกับโอตะซัง และอิวาตาเตะซังนี่เผยความรู้สึกที่แท้จริงให้เห็นได้ไหม?

โอเมกุ : คิดว่าแสดงให้เห็นอยู่นะคะ (ถามทั้งสองคน)ใช่มั้ยคะ?

ซะโฮ : กลับกัน ถ้าบอกว่า “ไม่ค่อยแสดงออกมา” ก็จะคิดว่า นี่ไม่ค่อยแสดงออกมาเหรอเนี่ย? (ฮา)

นาโอะ : เข้ามากอดทันทีด้วย (ฮา)

โอเมกุ : (กับทั้งสองคน)อ้อนได้ก็เลยรู้สึกสบายใจดีค่ะ คิดว่าคนที่ตัวเองสามารถเข้าไปกอดได้ จะว่าเป็นคนที่ตัวเองสามารถอ้อนได้ หรือจะว่าสามารถอยู่ได้ในแบบที่เป็นตัวของตัวเองล่ะมั้งนะ

―― จะว่าไปแล้วบทที่อิวาตาเตะซังเล่นเป็นบทที่มีนิสัยแบบไหนกัน?

ซะโฮ : ให้อารมณ์เป็นคนที่หัวรั้นสุดๆ เลย แต่ในอีกแง่นึงเป็นคนที่บริสุทธิ์ใจเนี่ยแหละค่ะ เป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ถึงจะมีด้านที่ไม่เอาไหนอยู่บ้าง แต่หมดนั่นก็มนุษย์ล่ะนะ เป็นบทที่ทำให้ทุกคนได้หวนนึกถึงตัวเองอีกครั้ง เพราะงั้นจะมีมุมที่ทำให้คิดว่า ความเข้มแข็งต่อความรู้สึกนั้น ตัวเองทำไม่ได้ขนาดนั้นแน่เลย

โอตะ เผย “เรื่องปิดบัง” เล็กๆ สมัยประถม

―― Main Visual ค่อนข้างอิมแพคท์อยู่ ลองได้แต่งหน้าแบบนี้แล้วรู้สึกกันอย่างไร?

ซะโฮ : (โอเมกุพูดว่า) “โครงกระดูก! โครงกระดูก!” ตลอดเวลาเลย (ฮา)

โอเมกุ : ก็ทุกคนค่อยๆ ซูบจนหน้าเหมือนโครงกระดูก แถมรอบตาก็ดำสุดๆ ได้เห็นตัวเองเวลาที่ถูกแต่งหน้านั้นเริ่มห่างไกลจากตัวเองเรื่อยๆ ก็รู้สึกประทับใจขึ้นมาค่ะ

―― ประทับใจมากกว่าที่ตกใจสินะ

โอเมกุ : มองกระจกสลับกับช่างแต่งหน้าแล้วพูดว่า “สุดยอด! เปลี่ยนโฉมเลย!” เลยล่ะค่ะ (ฮา)

―― แล้วก็ในเนื้อเรื่องมีไทม์แคปซูลปรากฏออกมาด้วย ตอนเด็กๆ ทุกคนเคยมีประสบการณ์ฝังไทม์แคปซูลกันไหม?

ทั้ง 3 คน : ไม่เคยเลยค่ะ

―― ถ้างั้น ถ้าให้ตอนนี้ทุกคนเขียนจดหมายหาตัวเองใน 10 ให้หลังแล้วฝังลงในไทม์แคปซูล จะเขียนอะไรลงไป?

โอเมกุ : อยากเขียนว่า “แต่งงานแล้วให้กำเนิดเด็กทารกน่ารักๆ รึยัง?” ล่ะค่ะ (ฮา) 10 ปีข้างหน้าก็อายุ 30 ปีแล้ว ถ้าได้แต่งงานแล้วก็คงดีนะ

ซะโฮ : ของฉันตั้งตารออย่างตรงไปตรงมามากกว่ามุมมองที่ชัดเจนอย่างเรื่อง 10 ปีข้างหน้าจะอยากเป็นแบบไหนล่ะค่ะ เพราะงั้นจะเขียนว่า “สนุกมั้ย?” แต่ว่าถ้าตอนเปิดอ่านใน 10 ปีข้างหน้า แล้วมันไม่สนุกล่ะก็คงเป็นอะไรที่ร้องไห้ออกมาแหงเลยค่ะ (ฮา)

นาโอะ : ฉันเองก็จะเขียนว่า “สนุกมั้ย?” แล้วก็ “ไม่มีอะไรที่รู้สึกเสียใจภายหลังใช่มั้ย” ล่ะมั้งนะ ไม่อยากจะมีชีวิตโดยที่รู้สึกเสียใจภายหลังล่ะค่ะ เพราะตั้งแต่ช่วงหนึ่งของชีวิตก็รู้สึกเช่นนี้ขึ้นมา

―― รู้สึกเช่นนั้นขึ้นมาเพราะมีอะไรที่เป็นสาเหตุรึเปล่า?

นาโอะ : ตั้งใจทำในออดิชั่นครั้งนึงออกมาได้ไม่เต็มที่แล้วก็ตกรอบไปค่ะ ตั้งแต่ตอนนั้นมาก็รู้สึกเช่นนี้ขึ้นมา ถ้าใส่ออกไปเต็มที่แล้วตกรอบล่ะก็คงช่วยไม่ได้ แต่ถ้าออกมาไม่เต็มที่จะรู้สึกเสียใจภายหลังล่ะค่ะ

―― พอยต์ของผลงานมีส่วนประกอบอย่าง “หวนนึกถึงอดีต” อยู่ด้วย ฉะนั้นถ้ามีเรื่องราวที่เมื่อก่อนจะไม่อยากนึกถึง แต่ถ้าเป็นตอนนี้พูดออกมาได้ ช่วยเล่าหน่อย

โอเมกุ : ตอนออดิชั่น AKB48 สวมชุดที่ได้รับจากพี่ชายที่สวมเป็นปกติไปสถานที่จัด แล้วเด็กผู้หญิงรอบๆ ทุกคนแต่งพวกวันพีซน่ารักๆ สมเป็นไอดอลล่ะค่ะ รู้สึกเสียใจตรงที่ทำไมตัวเองดันใส่ชุดของพี่ชายล่ะเนี่ย เป็นอดีตที่ไม่อยากนึกถึงค่ะ (ฮา)

นาโอะ : ของฉันเป็นสมัยประถมค่ะ ตอนที่เหลืออาหารของโรงเรียนไว้แค่นิดหน่อย ก็จะเอาไปซ่อนแทรกระหว่างจานล่ะค่ะ (ฮา) แล้วมีครั้งหนึ่งความแตกถึงคุณครู จากนั้นระบบก็เลยเปลี่ยนเป็น เวลาทานเสร็จต้องให้คุณครูเช็กของฉันก่อนแล้วไม่งั้นจะไม่รับล่ะค่ะ (ฮา)

ซะโฮ : ของฉันเป็นเรื่องเล็กๆ คือ ตั้งแต่เข้า AKB48 จะเกลียดการเปิดหน้าผากมากๆ ค่ะ ปิดด้วยผมหน้าม้ามาตลอด 5-6 ปี มาจากจุดเริ่มต้นที่เริ่มไว้หน้าม้ายาวๆ ค่ะ แล้วถูกบอกว่า “ไม่มีหน้าม้าเหมาะกว่านะ” เยอะ จากนั้นเลยคิดว่า แล้วตลอด 5-6 ปีคืออะไรกันเนี่ย (ฮา) พอคิดงั้นก็เลยรู้สึกอายๆ พวกภาพในอดีตที่ตัวเองลง SNS ขึ้นมาล่ะ (ฮา)

―― จุดเริ่มที่ว่าคือ?

ซะโฮ : ตอนที่แต่งหน้าบังเอิญแสกหน้าม้าพอดีล่ะค่ะ จากนั้นถูกมี่อง (มุไคจิ มิอง) รึเปล่านะ? บอกแนวๆ ว่า “ไว้(ผมหน้า)ยาวก็น่ารักดีนะคะเนี่ย” นับตั้งแต่วันนั้นมาก็เริ่มไว้ยาว ผ่านไปเกิน 1 ปีล่ะค่ะ

มารุโอะ มารุอิจิโร่ กับวิธีเรียก “ใบหน้า” ของทั้ง 3 คน

―― แล้วก็ขอถามความรู้สึกที่มีต่อมารุโอะซังที่รับหน้าที่เขียนบทและกำกับผลงานชิ้นนี้ได้ไหม

นาโอะ : รู้สึกว่าเลือกใช้คำพูดได้ตลกดีล่ะค่ะ

โอเมกุ : ของฉัน…(ฮา)

นาโอะ : ถูกเรียกว่า “ใบหน้าของคนที่ชอบทำอะไรปุบปับ” นี่เนอะ (ฮา)

โอเมกุ : ใช่! คิดว่าสำหรับมารุซังคงชมน่ะแหละค่ะ แต่ไม่เห็นดีใจเลยค่ะ (ฮา)

ซะโฮ : นาโอะจังถูกเรียกว่า “ก็คนธรรมดาล่ะนะ” ใช่มะ?

นาโอะ : “เป็นคนธรรมดาที่ดูเหมือนอาศัยอยู่ Sasazuka” อะนะ เห็นว่าเป็นใบหน้าที่มีอยู่ทุกที่ล่ะ (ฮา) เห็นว่าอันนี้เป็นคำชมที่มีความหมายว่า “แต่งแต้มสีของการแสดงลงไปได้ง่าย จะเป็นคนแบบไหนก็ได้” ล่ะค่ะ แต่การที่การใช้คำพูดได้โดดเด่นแบบนี้เนี่ย เพราะว่าเป็นนักเขียนที่เขียนบทละครรึเปล่าคะเนี่ย?

―― อิวาตาเตะซังไม่ถูกพูดอะไรมั่งเหรอ?

ซะโฮ : ถูกพูดว่า “ใบหน้าที่เหมาะกับ Horror” ล่ะค่ะ (ฮา) ผลงานชิ้นนี้ก็ให้อารมณ์เช่นนั้นด้วย เพราะงั้นเลยเป็นบทนี้รึเปล่านะ (ฮา)

―― เอาล่ะ สุดท้ายนี้ช่วยบอกความมุ่งมั่นต่อการแสดงจริงหน่อย

นาโอะ : เป็นบทที่ไม่เคยเล่นจนถึงตอนนี้ ความแตกต่างที่เปลี่ยนจากจุดที่ขี้อายเนี่ยเป็นประเด็นเลยล่ะค่ะ เป็นบทที่ Ore no Graffiti ซังเล่นมาก่อนหน้านี้ เลยอยากจะปรึกษาเยอะๆ แล้วตามหาตัวละครนี้ในตัวเอง เพื่อแสดงออกไปล่ะค่ะ

โอเมกุ : ที่ผ่านมาไม่เคยเล่นบทที่มีบทพูดเยอะมาก่อน แถมละครเวทีที่คนเล่นน้อยก็เป็นครั้งแรก ถึงอะไรที่เป็นครั้งแรกจะเยอะก็ตาม แต่อยากจะถ่ายทอดออกไปโดยไม่ให้รู้สึกเช่นนั้นค่ะ หวังว่าจะหลอมรวมทีมเวิร์คแล้วสร้างผลงานที่ดีออกไปได้ค่ะ

ซะโฮ : จุดเปลี่ยนของเรื่องเริ่มมาจากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำ เลยคิดว่ามีจุดที่สามารถอินกันได้เยอะ หวังว่าทุกคนจะรู้สึกหลายๆ สิ่งจากเรื่องราวแต่ละอย่างๆ ได้ก็คงดีค่ะ ก่อนหน้านี้ได้พบกับโทริฮาดะ มิโนรุซัง ที่เคยรับบทฉัน ตอนบทสัมภาษณ์รอบอื่น ระหว่างที่ได้คุยกันเกี่ยวกับตัวละคร จนถึงตอนนี้ก็ยังมีจุดที่รู้สึกว่ายังยากอยู่ เพราะงั้นเลยอยากจะเคลียร์จุดนั้นให้ดี แล้วระวังจุดเล็กๆ น้อยๆ แล้วแสดงออกไปค่ะ

ที่มา : https://thetv.jp/news/detail/180434/

Leave a Reply

Your email address will not be published.