[แปล] บทสัมภาษณ์ อิวาตาเตะ ซาโฮะ & โอตะ นาโอะ & ทานิกุจิ เมกุ และผู้กำกับ มารุโอะ มารุอิจิโร่ เกี่ยวกับละครเวที “Yama Inu” (Line Ticket Blog 26/02/2019)

‘Yama Inu’ ละครเวทีที่จะกลับมาเล่นอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลินี้ จากการร่วมกันของกลุ่มที่แตกต่างกันอย่าง AKB48 × Gekidan Shika Goroshi × CONDORS

“จดหมายหนึ่งฉบับที่มาถึงก่อนวันงานเลี้ยงรุ่น เพียงแต่ไม่มีใครมีความทรงจำถึงชื่อนั้นเลย นักเรียนและอาจารย์จาก ‘อดีตชมรมคอรัส’ ที่ได้พบกันอีกครั้งในรอบ 10 ปี ได้ถูกชักนำด้วยจดหมาย และมุ่งหน้าไปหลังภูเขาหลังโรงเรียน เพื่อไปขุดไทม์แคปซูลขึ้นมา”

(อ้างอิง : เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของละครเวที ‘Yama Inu’)

เรื่องราวการกักขังนี้ที่พูดถึงขีดจำกัดของมนุษย์และความรักอันบริสุทธิ์ที่แสดงโดยนักแสดงทั้ง 6 คน ได้เล่นไปเมื่อปี 2006, 2014 โดยการเล่นในรอบนี้ก็ได้สลับเพศตัวละครหลักและเพิ่มพล็อตใหม่อย่าง ‘ชมรมคอรัส’ ขึ้นมา

วันรุ่งขึ้นการซ้อมละครจะเริ่มขึ้น ก็เลยไปสัมภาษณ์ทั้ง 4 คน มารุโอะ มารุอิจิโร่ ตัวแทนของ Gekidan Shika Goroshi และ อิวาตาเตะ ซาโฮะ, โอตะ นาโอะ, ทานิกุจิ เมกุ จาก AKB48 ที่จะร่วมแสดง

“อยากสร้างผลงานร่วมกับพวกเธออีก”

——จุดที่ทำให้มอบงานกับทั้ง 3 คนนี้คืออะไร?

มารุโอะ:คิดว่าสักวันอยากจะสลับเพศตัวละครหลักของ ‘Yama Inu’ ดูล่ะครับ แล้วฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ได้ข้องเกี่ยวกับละครเวที ‘Majimuri Gakuen’ ในฐานะผู้เขียนบทและกำกับ ในตอนนั้นก็ได้เห็นประสิทธิภาพของเด็กๆ AKB48 แล้วอยากจะสร้างผลงานร่วมกับพวกเธออีก

ซึ่งไหนๆ ก็จะให้เด็ก AKB48 มาเล่นทั้งที เลยเริ่มวางแผนอย่างการตั้งพล็อต……เป็นชมรมคอรัสและใส่เพลงลงไปครับ ถึงละครเวทีของ Gekidan Shika Goroshi จะเล่นจำนวนคนเยอะๆ หลายเรื่องก็ตาม แต่ ‘Yama Inu’ เฟ้นคนจำนวนที่น้อยอย่างดี ในตรงนั้นเองจะเป็นผลงานที่ได้รับการจดจ่อจากผู้ชมมากขึ้น ซึ่งก็กดดันด้วยครับ (ฮา)

—— เพราะเป็น AKB48 ก็เลยเป็นพล็อต ‘ชมรมคอรัส’ สินะ

มารุโอะ : ทำไปตั้ง 4 เพลงเลยครับ คิดว่าจะออกมาเป็นซีนที่ดูน่ารักเลย โดยในเนื้อเรื่องเนี่ย หวังว่าเพลงจะกลายเป็น ‘ความหวัง’ ขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นการสื่อถึงช่วงที่ทุกคนยังได้อยู่ด้วยกันอะไรแบบนั้นหรอกนะครับ

—— ปกติทุกคนจะทำงานในวง AKB48 รู้สึกอย่างไรกับการได้รับงานอย่าง ‘Yama Inu’ ในครั้งนี้? เป็นละครเวทีที่ค่อนข้างโหดหินเลยนี่……

นาโอะ : เป็นจังหวะที่ได้ไปชมละครเวทีของ Gekidan Shika Goroshi แล้วคิดว่า “ถ้าได้ทำละครเวทีด้วยกัน คงมีอะไรที่ได้เรียนรู้เยอะเลย” พอดี ก็เลยดีใจสุดๆ ล่ะค่ะ!

โอเมกุ : เพราะ ‘Majimuri Gakuen’ ก็ได้มารุโอะซังกำกับ เลยรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เล่นด้วยกันอีกครั้งค่ะ

ซะโฮ : ฉันเองก็ดีใจจริงๆ ที่ได้รับอีกเรื่องล่ะค่ะ

มารุโอะ :
ผมได้มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่สมัยละครโทรทัศน์ ‘Majimuri Gakuen’ แล้ว แต่ตอนที่กำหนดทำละครเวที เมมเบอร์ 48 Group ทุกคนก็ดูยุ่งๆ กัน ความจริงแล้วรู้สึกกังวลว่า “จะทำได้แค่ไหนกันนะ?”  ล่ะครับ แต่ในขณะที่ซ้อมละครกัน ก็ได้รู้ว่าถ้าด้วยประสิทธิภาพของเมมเบอร์กลุ่มนี้ต้องสามารถเพิ่มเลเวลความสำเร็จที่ออกมาในภาพรวมของละครเวทีออกมาได้ล่ะครับ

โอเมกุ : ดีใจจัง……

มารุโอะ : แต่อันนี้นักแสดงทุกคนก็คิดเหมือนกันใช่มั้ย? รู้สึกได้ว่าต้องออกมาสนุกล่ะครับ

ความรู้สึกที่มีต่ออิวาตาเตะ, โอตะ, ทานิกุจิ จากการบอกเล่าของมารุโอะ

—— ช่วยบอกปัจจัยที่ทำให้ 3 คนนี้ได้รับเลือกจากใน AKB48 หน่อย

มารุโอะ : เอ๋ เริ่มจากไหนดี (ฮา) งั้นเริ่มจากนาโอะ คิดว่าเป็นคนบ้านๆ ดี ในแง่ดีน่ะนะ

—— จู่ๆ ก็มาประโยคเด็ดๆ เลยนะนี่ (ฮา)

มารุโอะ : ดูเหมือนคนที่อยู่ที่นั่นน่ะ ที่ Sasazuka น่ะ (ฮา) เหมือนพวกที่อยู่ตามท้องถนนทั่วๆ ไป

นาโอะ : (ฮา) ดูใกล้ตัวเหรอคะ?

มารุโอะ : ใช่! แล้วก็ให้ฟีลเหมือนจะกลืนไปกับลักษณะไหนก็ได้ แถมตัวเธอเป็นคนที่จะพยายามดึงคำพูดให้มันออกมาจากข้างในตัวเองด้วย เลยมีเลเวลสูงกว่าค่าเฉลี่ยสำหรับฐานะนักแสดง รู้สึกว่าอยากเห็นการแสดงของเธอให้มากกว่านี้เลยครับ

ซาโฮะ ยังไม่มีรูปแบบในฐานะนักแสดงที่ตายตัว เลยอยู่ในภาวะที่ยังไม่มีขอบเขตว่าจะไปได้ถึงขั้นไหน เพราะงั้นถ้าเร่งอัดฉีดในตอนนี้ รู้สึกว่าต้องเติบโตขึ้นอย่างมากเลย

เนื้อหาในมังกะที่ผมชอบ มันจะมีซีนที่เทเหล้าแล้วก็ชี้ไปที่ตัวเอกเรื่องว่า “ของแกคืออันนี้ (= แก้ว) ของเจ้านั่นคือนี่ (= ชาม) แต่ของไอ้นั่นคืออันนี้ต่างหาก” แล้วก็ทำหกลงทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรเลย อิมเมจของซะโฮก็แบบนี้แหละ

ซะโฮ : อิมเมจทำเหล้าหกพื้นเหรอคะ (ฮา)

มารุโอะ : เพราะงั้นครั้งนี้ก็เลยเป็นตัวละครที่ค่อนข้างชวนสับสน

เมกุ โดยพื้นฐานเป็นคนที่มีประสิทธิภาพสูง ในฐานะคนที่ทำตัวเองให้กลายเป็นโปรดัคแล้วเล่นบนเวทีล่ะครับ เพราะงั้นก็เลยยิ่งง่ายเลย คิดว่าเป็นคนที่มีเลเวลในการทำออกมาให้สมบูรณ์แบบมากที่สุดใน 3 คนนี้แล้ว แล้วพอเล่นเรื่องที่เป็นบทพูดแบบนี้ การที่สื่ออารมณ์ถึงสิ่งที่อยู่ก้นบึ้งของมนุษย์ออกมาจะต้องสนุกแน่ๆ แถมคิดว่าตัวเองเมกุเองรู้สึกถึงความสนุกนี้ด้วยล่ะครับ

แรงมุ่งมั่นที่มีต่อ ‘Yama Inu’ และข้อความทิ้งท้าย

—— ขอแรงมุ่งมั่นที่มีต่อบทของตัวเองหน่อย!

นาโอะ : บทของฉันมีความต่างสุดขั้วของสภาพจิตใจที่ชัดเจน อยากจะพยายามแสดงให้เห็นความแตกต่างนั้นออกมาค่ะ!

ซะโฮ : ถึงช่วงเวลาที่อยุ่บนเวทีจะมีน้อยกว่าอีก 2 คน แต่ในจุดนั้นจะมีส่วนที่เกิดความเปลี่ยนแปลงออกมา อยากจะตั้งใจเพื่อแสดงส่วนนั้นออกมาให้เห็นล่ะค่ะ

โอเมกุ : ของฉันเป็นบทสาวนั่งดริ๊งก์ที่ได้พบอาจารย์ที่เคยชอบเมื่อก่อนอีกครั้ง แต่เป็นผู้หญิงที่แม้จะผ่านไป 10 ปีแล้วก็ยังคงรักอาจารย์เหมือนเดิม ก็เลยว่าจะเริ่มจากต้องชอบ Oreno Grafiti ซัง (บทอาจารย์) ขึ้นมาก่อน……

มารุโอะ : สุดยอด! เริ่มจากตรงนั้นเรอะ (ฮา)

—— ช่วยฝากข้อความทิ้งท้ายหน่อย

นาโอะ : ถึงปกติจะทำงานในฐานะไอดอลก็ตาม แต่ตอนที่อยู่บนเวทีนี้ จะทำให้ชวนนึกหน้า ‘โอตะ นาโอะ’ ไม่ออก……ด้วยการแสดงนิสัยทุเรศออกมา……

มารุโอะ : ทำไมจู่ๆ พูดอะไรหยาบคายออกมา!? (ฮา)

นาโอะ : จะพยายามด้วยความรู้สึกที่ชวนเกลียดขึ้นมาค่ะ! ยังไงก็ช่วยมาดูกันหน่อยนะคะ

ซะโฮ : ‘Yama Inu’ เป็นเรื่องราวที่เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันที่อาจเกิดขึ้นกับพวกเราได้ค่ะ ถึงจะเห็นแค่งานภาพอาจจะดูน่ากลัวหน่อยๆ (ฮา) แต่หวังว่าจะช่วยมาชมกันค่ะ มีมุมที่ตัวเองไม่แสดงออกมาให้เห็นในฐานะ AKB48 ยามปกติทั้งนั้นเลยค่ะ

โอเมกุ : คิดว่าแฟนๆ ของฉันจะต้องตกใจว่า “เมกุจังโตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้วเหรอ?” โดยหวังว่าจะช่วยชมมุมที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อยๆ และแน่นอนว่าจนถึงตอนนี้ไม่มีมีประสบการณ์โดนกักขังเลย……(ฮา) อยากจะพยายามถ่ายทอดขีดจำกัดมนุษย์ออกมาให้ได้ค่ะ

มารุโอะ : พอบอกว่า ‘AKB48 x Gekidan Shika Goroshi’ คงนึกภาพกันออกไม่ออก แต่หากรวมกลุ่มแดนเซอร์อย่าง CONDORS เข้าไปด้วย พอเป็น AKB x Gekidan Shika Goroshi x CONDORS แล้ว ด้วยจุดแข็งของกลุ่มและจำนวนคนเล่นน้อยๆ แบบนี้แหละ ที่จะทำให้ได้รับการดื่มด่ำไปกับตัวงานอันเข้มข้นกันอย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าที่จะทำผลงานละครเวทีที่กระทั่งแฟนๆ งานละครเวทีก็ต้องยอมรับล่ะครับ แน่นอนว่าขอแสดงความรับผิดชอบต่อกับแฟนๆ ของพวกเธอด้วย โดยจะเป็นผลงานที่เปรียบเสมือนประตูที่ทำให้ทะยานเข้าสู่วงการบันเทิงได้ครับ โปรดติดตามชม!

Leave a Reply

Your email address will not be published.