[แปล] ช่วงถาม-ตอบใน After Talk ของการฉายละครเวที Shoujo YoRHa Ver 1.1a ในโรงภาพยนตร์

วันที่ 9 สิงหาคมมีการจัดฉายละครเวที Shoujo YoRHa Ver 1.1a ในโรงภาพยนตร์ เพื่อฉลองการวางจำหน่ายแผ่น Blu-Ray แล้วเมื่อวันก่อนมีเว็บข่าวลงข้อความในช่วงถาม-ตอบของ After Talk ทั้ง 2 รอบมาให้เราอ่านกัน เลยหยิบเฉพาะท่อนที่ ทานิกุจิ เมกุ (รับบท No.6) เป็นคนพูดหรือท่อนที่เกี่ยวกับตัวละคร No.6 มาแปลให้อ่านกันค่ะ

ซึ่งเมกุเข้าร่วม After Talk รอบที่ 2 ที่เป็นรอบกลางคืนค่ะ


After Talk รอบที่ 1

ความรู้สึกตอนที่ได้เจอหน้ากับทีมนักแสดงเป็นครั้งแรกคือ?

โอนิชิ (No.9) : การเริ่มถ่ายทำ (ภาพโปสเตอร์ต่างๆ) โดยที่ไม่ได้มีการแนะนำตัวกับนักแสดงคนอื่นเลย ก็ไม่รู้ว่าใครรับบทอะไรกันแน่…

โนกุจิ (ครูฝึก) : ใช่แล้วค่ะ! ตอนที่ยังไม่สนิทกับ No.6 (ทานิกุจิ เมกุซัง) ก็มีถ่ายแบบกัน 2 คน เลยออกมาแบบระยะห่างแปลกประหลาดกันหน่อย มานึกๆ ดูตอนนี้แล้วก็คิดว่าน่าจะทำแบบนั้นดีกว่า ทำแบบนี้จะดีกว่า แต่พอลองทบทวนแล้วดูรูปที่รู้สึกมีระยะห่างที่ดูเหนียมอายเนี่ยแล้วก็รู้สึกว่าก็ตลกดีค่ะ

ความทรงจำในช่วงการซ้อม

โนกุจิ (ครูฝึก) : สำหรับฉันมีแต่ความทรงจำสนุกๆ เกี่ยวกับช่วงซ้อม เลยไม่ได้มีความทรงจำตอนซ้อมอะไรกะเค้า แต่ช่วงท้ายของการซ้อมเนี่ย สถานที่ซ้อมอยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองพอควร การต่อรถก็เลยซับซ้อนค่ะ แล้วเมกุจังที่รับบท No.6 เคยต่อรถพลาดหนนึง จนมาถึงสถานที่ซ้อมสาย ก็รู้สึกว่า “เอาจริงเอาจังหน่อยสิ” แต่วันถัดมาตัวเองก็เป็นซะเอง (หัวเราะ)

มัตสึดะ (ผู้กำกับ) : ไม่สังเกตเลยแฮะ

โนกุจิ (ครูฝึก) : มีจริงๆ ค่ะ มาสายกว่าเวลาประมาณ 30-40 นาทีได้ แต่ว่าตอนนั้นการซ้อมก็เลทเหมือนกัน เลยความไม่แตกค่ะ

มัตสึดะ (ผู้กำกับ) ​: มาพูดเอาตอนนี้เร้อ (หัวเราะ)


After Talk ครั้งที่ 2

ฉากที่ประทับใจ

ทานิกุจิ (No.6) : ของฉันเป็นฉากที่ครูฝึกกับ 6 จัง (No.6) กำลังจะตาย ในช่วงครึ่งหลังของเรื่องค่ะ ในมุมของ No.6 จะคิดว่า “ตัวเองตายคนเดียวก็พอ” แต่ครูฝึกกลับไม่ปล่อยเอาไว้ แล้วก็ยอมตายด้วยกันด้วยรู้สึกความรับผิดชอบอันหนักอึ้งในฐานะครูฝึก ส่วนตัวฉันแสดงไปด้วยความรู้สึกว่า “ขอร้องล่ะ อย่ามาเข้าใกล้กันเลย!” เลยเป็นฉากที่เจ็บปวดที่สุดค่ะ เป็นความรู้สึก “เพราะว่ารักเนี่ยแหละถึงอยากให้มีชีวิตอยู่” ของ 6 จังค่ะ ที่จริง 6 จังอ่อนไหวพอดูเลย เป็นเด็กที่อ่อนไหวง่ายแต่ไม่รู้จะแสดงความรู้สึกตัวเองออกมายังไง จุดนี้แหละที่น่าเศร้า

Yoko : ทานิกุจิซังตีความว่า ในตอนท้ายที่ No.6 กรีดร้องว่า “หยุดซะ” ไม่ได้หมายถึง “ให้หยุดการระเบิด” แต่เป็นการบอกให้ครูฝึก “หยุดที่คิดจะตายด้วยกัน” สินะครับ?

ทานิกุจิ (No.6) : ฉันคิดแบบนั้นค่ะ

Yoko : ตอนดูก็รู้สึกสนุกตรงที่ด้วยการตีความทำให้การสื่อความหมายโดยนัยต่างออกไปดีน่ะครับ

ทีมนักแสดงสนิทกันสุดๆ

ทานิกุจิ (No.6) : ของฉันที่ภาพจำเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงก็คือ โคอิซึมิ โมเอกะจังที่รับบท No.21 ในตอนแรกคิดว่าเป็นคนนิสัยผู้หญิ้งผู้หญิงสุดๆ รึเปล่านะ แต่พอได้ลองคุยกันจริงๆ แล้ว เรียกได้ว่าเป็นคนสบายๆ ง่ายๆ ดีมั้ยนะ แล้วทำให้ได้คุยกันขึ้นมาเยอะแยะเลยเลยดีใจค่ะ

ว่าด้วยเรื่องฉากต่อสู้และตัวละคร รวมไปถึงสิ่งที่ได้สืบทอดมาจากละครเวที Shounen YoRHa (เวอร์ชั่นนักแสดงชาย)

ไซโต้ (Executive Producer) : งั้นเข้าคำถามถัดไปนะครับ “No.3 ดูเข้าหา No.6 ด้วยความเข้มงวดอยู่เสมอจนดูเหมือนความสัมพันธ์แย่ ที่จริงแล้ว No.3 คิดยังไงกับ No.6 กันแน่?”

มัตสึดะ (No.3) : การทะเลาะระหว่างผู้หญิงกับการทะเลาะระหว่างผู้ชายมันจะมีส่วนที่ต่างกันอยู่หน่อยๆ ใช่มั้ยคะ ซึ่งการทะเลาะกันระหว่างผู้หญิงเนี่ย ถึงวิธีพูดจะฟังดูแปลกๆ แต่มันก็มีอะไรที่อ้อมค้อมอยู่หน่อย ในขณะที่การทะเลาะระหว่างผู้ชายมักจะเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ซึ่ง Shounen YoRHa ก็เป็นการทะเลาะกันแบบนั้น แล้วในครั้งนี้ก็สืบทอดสิ่งนั้นมาค่ะ

Yoko : สรุปว่าในแง่ความรู้สึก เข้าหา No.6 แบบคิดซะว่าตัวเองเป็นผู้ชาย?

มัตสึดะ (No.3) : ใช่แล้วค่ะ

ทานิกุจิ (No.6) : จะว่าไปแล้วความรู้สึกที่ว่า ตอนเล่นด้วยกันก็รู้สึกได้ค่ะ

Yoko : อย่างนี้เอง No.3 เนี่ย ถ้าจะให้พูดก็คือตัวละครตำแหน่งบ้าๆ หรือพูดให้ถูกคือผู้ชายมันบ้าน่ะแหละครับ ถ้าจะให้ว่ากันง่ายๆ น่ะนะ (หัวเราะ) ขอบคุณครับ เอาละ คำถามถัดไป

ไซโต้ (Executive Producer) : ต่อไปเป็นคำถามถึง ทานิกุจิซังบท No.6 ครับ “ท่วงท่างดงามในการต่อสู้นั้นตราตรึงเลย มีจุดที่ประยุกต์การเคลื่อนไหวออกมาในแบบตัวเองรึเปล่า?”

Yoko : การต่อสู้นี่ ครูฝึกฉากต่อสู้เป็นคนคอยจัดการเคลื่อนไหวให้หมดรึเปล่าครับ?

ทานิกุจิ (No.6)​ : ค่ะ เป็นการเคลื่อนไหวที่ครูฝึกฉากต่อสู้คอยจัดให้ค่ะ แล้วการเคลื่อนไหวที่ครูฝึกเป็นคนช่วยทำขึ้นมาให้เนี่ย ก็คือการเคลื่อนไหวของ No.6 ที่ฉันคิดเอาไว้ซะด้วย แต่ตอนครูฝึกทำกลับดูสมเป็น No.6 มากกว่าของฉัน เลยรู้สึกเจ็บใจค่ะ ในระหว่างการซ้อมก็เล่นด้วยความรู้สึกว่า “จะเอาชนะครูฝึกคนนั้นให้ได้เลย”

Yoko : ครูฝึกที่ว่าคือ No.4 (โอกุริ เรียว) จาก Shounen YoRHa สินะครับ?

ทานิกุจิ (No.6) : ใช่ค่ะ แล้วก็มี คาโดโนะ โชซังอีกคน การเคลื่อนไหว No.6 โดยพื้นฐานแล้วเป็นคาโดโนะซังช่วยค่ะ

Yoko : ในช่วงตอนท้ายรู้สึกว่าความแข็งแกร่งของตัวละครผู้หญิงสื่อออกมาให้เห็นอย่างมากเลยครับ

ไซโต้ (Executive Producer) : วิธีพูดของ No.6 มีความเฉพาะตัว แถมฉากสู้ก็มีภาพอันสวยงามอยู่ด้วย รู้สึกเลยว่าลำบากน่าดู นั่นก็วิเศษเลยละครับ

ทานิกุจิ (No.6) : ขอบคุณค่ะ เป็นเพราะเล่นยิมนาสติกลีลามาตั้งแต่เด็กๆ เลยทำให้ท่วงท่าสวยงามออกมารึเปล่านะ

Yoko : แปลว่าคาโดโนะซังไม่ได้มีส่วนสักนิดสินะ (หัวเราะ)

ถ้าได้แสดงอีกครั้ง คราวหน้าอยากจะเล่นบทไหน?

ไซโต้ (Executive Producer) : เป็นคำถามที่รอบแรกก็มีถามครับ ถ้าได้แสดงอีกครั้ง คราวหน้าอยากจะเล่นบทไหน?

โอนิชิ (No.9) : ตอบ No.6 ไปค่ะ

ทานิกุจิ (No.6) : เอ๋ー!? โมโมะจัง!? นึกภาพไม่ออกเลย เพราะเป็นคนดีเกินไป แต่ก็ดีใจนะ (หัวเราะ)

Yoko : แล้วก็ทานิกุจิซัง

ทานิกุจิ (No.6) : ของฉัน เพราะตอนนี้ได้เล่นบท 6 จังไปแล้วก็เลยอยากลองเล่นบทครูฝึกที่มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับ 6 จัง เช่นเดียวกับที่ซากิจัง (No.3) ตอบค่ะ แต่ว่าบทพูดเยอะ ศัพท์ยากๆ ก็เยอะด้วย แถมยังต้องคอยเป็นคนนำให้ได้ดีซะด้วย ถึงจะคิดว่าตัวฉันไม่มีทางทำได้ก็ตาม แต่เพราะได้เล่นบท 6 จังแล้วก็รู้สึกชอบครูฝึกขึ้นมาสุดๆ ความรู้สึกที่อยากจะเป็นครูฝึกมันชนะขาดเลยค่ะ (หัวเราะ)

Yoko : อันนี้ชักอันตรายนะครับเนี่ย……… ต่อไปนิเฮย์ซัง

นิเฮย์ (สึรุฮานะ) : ฉันเองตอนออดิชั่นก็รับเล่นบท No.6 มา เลยอยากจะลองเล่นบท No.6 ดู แต่ตอนนี้รู้สึกอยากเล่นบท No.4 ที่ฉากสู้เท่ๆ ดูค่ะ

กล่าวทักทายตอนท้าย

ทานิกุจิ (No.6) : ยามปกติฉันอยู่วงไอดอล AKB48 มีได้เล่นละครเวทีกันภายในวงอยู่บ้าง แต่การที่ได้มาร่วมแสดงกับนักพากย์และนักแสดงเช่นนี้ ผลงานนี้เป็นครั้งแรกเลยค่ะ

ตอนแรกก็กังวลว่าจะทำได้ดีหรือเปล่า แต่ในตอนนี้พอมาลองย้อนึกดูแล้ว รู้สึกว่าได้พบกับสถานที่อยู่ของตัวเองอีกที่หนึ่งที่ต่างออกไปจาก AKB48 ถึงจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ราว 2 เดือนเมื่อนับรวมกับระยะเวลาซ้อมก็ตาม แต่สำหรับฉันแล้วได้พวกพ้องแสนสำคัญที่ชีวิตหลังจากนี้ก็ไม่อาจจะลืมได้ ไม่มีอะไรทดแทนได้มาค่ะ

ถึงโลกจะตกอยู่ในช่วงลำบากก็ตาม แต่พอได้เห็นการใช้ชีวิตของทั้งกองกำลัง YoRHa และทีมงานทุกคนที่ฝ่าฟันอย่างเต็มที่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแสนเจ็บปวดนี้แล้ว ก็หวังว่าตัวเองก็จะสามารถคอยเป็นพลังในการใช้ชีวิตต่อไปวันพรุ่งนี้และรู้สึกพยายามได้มากยิ่งขึ้นให้คนอื่นได้ค่ะ

ที่มา : https://www.famitsu.com/news/202109/04230101.html

Leave a Reply

Your email address will not be published.